หลักการใช้ AI ของ JobBecome
AI ช่วยให้คนหางานและนายจ้างทำงานเร็วขึ้น แต่คนเป็นผู้ตัดสินใจเสมอ
1. AI ช่วย ไม่ตัดสินแทนคน
- ระบบไม่คัดทิ้งใบสมัครอัตโนมัติ ทุกใบสมัครถึงนายจ้าง และนายจ้างเป็นผู้ตัดสินเอง
- การเทียบผู้สมัครกับงานแสดงเป็นกลุ่ม (ตรงสูง / ตรงบางส่วน / ข้อมูลไม่พอ / ตรงน้อย) พร้อมเหตุผลทีละข้อ ไม่ใช้คะแนนตัวเลขตัดสินคน
- ข้อที่หาหลักฐานไม่เจอแสดงว่า "ไม่พบหลักฐาน" ไม่ใช่ "ไม่ผ่าน" และแนะนำให้สอบถามผู้สมัครเพิ่ม
2. เทียบจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้
- ใช้คุณสมบัติที่นายจ้างยืนยันเองเป็นหลัก แล้วเทียบกับโปรไฟล์และ CV ทีละข้อ ทุกผลมีหลักฐานประกอบ
- AI ช่วยตรวจเฉพาะข้อที่กฎตอบไม่ได้ และต้องยกข้อความจากประวัติของผู้สมัครมาอ้าง — ถ้าข้อความนั้นไม่มีอยู่จริง ระบบไม่นำผลมาใช้
- คำตอบที่ผู้สมัครแจ้งเองติดป้าย "ผู้สมัครแจ้งเอง" และไม่นับว่าตรงคุณสมบัติจนกว่านายจ้างจะยืนยัน
- AI ช่วยร่างประกาศได้ แต่นายจ้างต้องตรวจก่อนใช้ และระบบตัดตัวเลขที่ AI แต่งเอง เช่น จำนวนปีประสบการณ์ที่นายจ้างไม่ได้ระบุ
3. ไม่ใช้ข้อมูลที่นำไปสู่การเลือกปฏิบัติ
- ระบบไม่รับคุณสมบัติหรือคำถามคัดกรองเรื่องเพศ อายุ ศาสนา สถานภาพสมรส สุขภาพ หรือรูปร่างหน้าตา
- ข้อความในประวัติที่พูดถึงเรื่องเหล่านี้ไม่ถูกใช้หรือยกมาเป็นหลักฐาน
4. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
- AI ประมวลผลในเครื่องของ JobBecome ไม่ส่งข้อมูลผู้สมัครไปบริการ AI ภายนอก
- ปิดชื่อ อีเมล และเบอร์โทรก่อนให้ AI อ่านประวัติหรือเรซูเม่
- ข้อมูลโปรไฟล์ถูกแนบในใบสมัครเฉพาะเมื่อผู้สมัครเลือก และเลือกระดับการมองเห็นโปรไฟล์ได้ 4 ระดับ — ข้อมูลติดต่อเปิดให้เฉพาะบริษัทที่ผู้สมัครตอบรับ
- งานแนะนำและป้าย "คุณอาจเป็นผู้สมัครที่เหมาะ" คำนวณจากข้อมูลของผู้ใช้เองตอนเปิดดู ไม่เก็บและไม่ส่งให้นายจ้าง พร้อมบอกเหตุผลที่แนะนำ
5. ตรวจความแม่นยำอย่างต่อเนื่อง
- วัดผลการเทียบคุณสมบัติกับการตัดสินของเจ้าหน้าที่สรรหาจริง โดยให้ความสำคัญกับการที่ระบบไม่ชมผู้สมัครเกินจริง
- ข้อมูลที่ใช้วัดผลเป็นข้อมูลที่ปิดตัวตนแล้ว